อู่ซ่อมช่วงล่าง หนองแขม เอ็มเค พลัส

อู่ซ่อมช่วงล่าง หนองแขม เอ็มเค พลัส

  อู่ซ่อมช่วงล่าง หนองแขม เอ็มเค พลัส  เป็นระบบด้านล่างของรถยนต์ทั้งหมด ไม่นับตัวถังรถยนต์ ช่วงล่างจะรับน้ำหนักทั้งหมดของรถยนต์ มีผลต่อประสิทธิภาพการขับขี่รถยนต์อีกด้วย
ซ่อมช่วงล่าง เอ็มเค พลัส
ซ่อมช่วงล่าง เอ็มเค พลัส
ซ่อมช่วงล่าง เอ็มเค พลัส
ซ่อมช่วงล่าง เอ็มเค พลัส
ซ่อมช่วงล่าง เอ็มเค พลัส
ซ่อมช่วงล่าง เอ็มเค พลัส
ซ่อมช่วงล่าง เอ็มเค พลัส
ซ่อมช่วงล่าง เอ็มเค พลัส
ซ่อมช่วงล่าง เอ็มเค พลัส
ซ่อมช่วงล่าง เอ็มเค พลัส
ซ่อมช่วงล่าง เอ็มเค พลัส
ซ่อมช่วงล่าง เอ็มเค พลัส
ซ่อมช่วงล่าง เอ็มเค พลัส
ซ่อมช่วงล่าง เอ็มเค พลัส
ซ่อมช่วงล่าง เอ็มเค พลัส
ซ่อมช่วงล่าง เอ็มเค พลัส
ซ่อมช่วงล่าง เอ็มเค พลัส
ซ่อมช่วงล่าง เอ็มเค พลัส
หลายคนคงเคยได้ยินคำนี้กันมาอยู่แล้วและก็คงพอจะรู้จักกันอยู่บ้าง แต่ก็อาจจะมีอีกหลายคนที่เคยได้ยินแต่ไม่รู้ว่าระบบช่วงล่างจริง ๆ แล้วนั้นคืออะไร ซึ่งในที่นี้ถ้าหากจะให้พูดกันให้เข้าใจได้โดยง่ายเลยก็คือ ระบบช่วงล่างของรถยนต์ก็เป็นระบบที่เกี่ยวกับส่วนประกอบบริเวณด้านล่างของรถยนต์ทั้งหมด โดยที่ไม่นับรวมในส่วนของตัวถังรถยนต์นั่นเอง ซึ่งระบบช่วงล่างนี้ก็จะเป็นส่วนที่รองรับน้ำหนักทั้งหมดของรถยนต์ อีกทั้งยังเป็นส่วนสำคัญที่มีผลต่อประสิทธิภาพการขับขี่รถยนต์อีกด้วย

ระบบบังคับเลี้ยว มี 2 ประเภท

ระบบบังคับเลี้ยว ขับเคลื่อนด้วยคันส่ง

ระบบบังคับเลี้ยว ขับเคลื่อนด้วยคันส่ง
ระบบบังคับเลี้ยว ขับเคลื่อนด้วยคันส่ง

การขับเคลื่อนด้วยคันส่ง : เป็นระบบที่ใช้มาตั้งแต่เริ่มแรก

กระบะ ปี 1970-2001  :   TFR  /  MIGHTY-X  /  L200  /  BIG-M
รถเก๋ง 1970-1981  :  บางรุ่น

ระบบช่วงล่างกลุ่มนี้ ประกอบไปด้วย

1. ลูกหมากคันชัก นอก+ใน [ 4ตัว ]

2. ลูกหมากปีกนก บน + ล่าง [ 4ตัว ]

3. ลูกหมากคันส่งกลาง [ 1ตัว ]

4. ลูกหมากกล้องยา [ 1ตัว ]

5. ลูกหมากขาไก่ [ 1ตัว ]

ระบบบังคับเลี้ยว ขับเคลื่อนด้วยราวแร็คช์

ระบบบังคับเลี้ยว ขับเคลื่อนด้วยราวแร็คช์
ระบบบังคับเลี้ยว ขับเคลื่อนด้วยราวแร็คช์
การขับเคลื่อนด้วยราวแร็ค : เป็นระบบที่รถเก๋งใช้มาประมาณ 30ปีก่อน ประมาณTOYOTA DX
แต่รถกระบะพึ่งมาใช้ตอนปี 2002 หรือ ช่วงเริ่ม ISUZU D-MAX จนถึงปีปัจจุบัน
ระบบช่วงล่างกลุ่มนี้ ประกอบไปด้วย1. ลูกหมากคันชัก [ 2ตัว ]2. ลูกหมากปีกนกล่าง [ 2ตัว ]3. ลูกหมากแร็คช์ [ 2ตัว ]4. ลูกหมากกันโคลง หน้า+หลัง [ 4ตัว ]

ชิ้นส่วนของระบบช่วงล่างรถยนต์

ชิ้นส่วนของระบบช่วงล่างรถยนต์
ชิ้นส่วนของระบบช่วงล่างรถยนต์
อย่างที่ได้กล่าวไปแล้วว่าระบบช่วงล่างของรถยนต์ก็คือชิ้นส่วนต่าง ๆ ที่อยู่ภายใต้รถยนต์ยกเว้นตัวถังรถ ซึ่งก็จะประกอบด้วยส่วนสำคัญหลัก ๆ ดังต่อไปนี้

1.สปริง

สปริง
สปริง
ทำหน้าที่ในการซับแรงกระแทกจากถนนที่เข้าสู่โครงสร้างรถ ซึ่งการกระเด้งของสปริงนั้นก็จะขึ้นอยู่กับน้ำหนักของตัวรถ โดยสปริงจะเด้งมากน้อยขึ้นอยู่กับน้ำหนักของตัวรถด้วย ในปัจจุบันก็จะมีการใช้สปริงสำหรับระบบช่วงล่างของรถยนต์อยู่ด้วยกันทั้งหมด 4 แบบก็คือ

  1. คอยล์สปริง มีลักษณะคล้ายกับที่พบเห็นกันได้บ่อยตามอุปกรณ์ต่าง ๆ อย่างเช่นสปริงในด้ามปากกา โดยสปริงชนิดนี้ก็จะถูกติดตั้งเอาไว้กับโช้คอัพเพื่อควบคุมการเคลื่อนไหวของล้อ
  2. แหนบสปริง สปริงชนิดนี้มักจะใช้ในรถกระบะ ซึ่งก็ไม่ได้มีลักษณะม้วนแบบสปริงอย่างที่เราคุ้นเคยกัน แต่จะเป็นการออกแบบแผ่นเหล็กที่ความยืดหยุ่นต่างกันแล้วนำมามัดรวมกันจนกลายเป็นสปริงที่สามารถควบคุมแรงกระแทกได้นั่นเอง
  3. ทอร์ชั่นบาร์ สปริงชนิดนี้ก็จะเป็นการใช้ชิ้นส่วนที่สามารถหมุนได้เชื่อมต่อในระบบช่วงล่าง ซึ่งก็จะให้ผลแบบเดียวกับ Coil Spring แต่จะมีข้อดีก็คือสปริงชนิดนี้สามารถปรับความแข็งได้ตามความต้องการ แต่ปัจจุบันก็ไม่ค่อยเป็นที่นิยมใช้กันเท่าไหร่เพราะว่ามีระบบสปริงที่ดีและราคาถูกกว่ามาทดแทน
  4. ถุงลม ทำหน้าที่ควบคุมการซับแรงกระแทกที่เกิดขึ้นได้คล้ายกับการทำงานของสปริง ซึ่งการทำงานของถุงลมก็คือจะอาศัยแรงดันอากาศเข้ามาควบคุมการซับแรงกระแทกที่เกิดขึ้น ข้อดีก็คือสามารถตอบสนองได้ดีกว่าเนื่องจากสามารถปรับได้หลายรูปแบบตามต้องการ แต่ข้อเสียก็คือมีราคาแพงมากนั่นเอง ดังนั้นจึงมักจะพบอยู่ในกลุ่มของรถหรูราคาแพงเป็นส่วนใหญ่

2.โช้คอัพ

โช้คอัพ
โช้คอัพ
มีหน้าที่ในการจำกัดการขึ้นลงหรือการกระเด้งของสปริง ในทางวิศวกรรมอาจเรียกว่า Damping โดยโช้คอัพจะช่วยรองรับ ดูดซับแรงกระแทก รวมไปถึงช่วยลดแรงสั่นสะเทือนของตัวรถในการขับขี่บนท้องถนน ซึ่งโช้คอัพก็มีอยู่ด้วยกันหลายประเภทได้แก่

โช้คอัพระบบน้ำมัน จะทำงานด้วยระบบไฮดรอลิค โดยขณะที่โช้คอัพทำงานน้ำมันไฮดรอลิคก็จะไหลผ่านวาล์วภายในลูกสูบ จึงทำให้เกิดฟองอากาศขึ้นภายในน้ำมัน แต่ในกรณีที่ฟองอากาศเกิดแตกขึ้น ก็จะทำให้โช้คอัพเกิดการขาดช่วงการทำงานในระยะเวลาสั้น ๆ ซึ่งก็อาจเป็นเหตุให้รถยนต์เสียอาการได้ถ้าหากมีการขับขี่อยู่ในย่านความเร็วสูง

โช้คอัพระบบแก๊ส เป็นการทำงานร่วมกันระหว่างแก๊สไนโตรเจนและน้ำมันไฮดรอลิค โดยในขณะที่โช้คอัพทำงาน ลูกสูบของโช้คอัพก็จะทำการเลื่อนตัวลงมาด้านล่างของกระบอกลูกสูบ ทำให้น้ำมันไฮดรอลิคที่อยู่ในกระบอกสูบนั้นไหลผ่านวาล์วขึ้นไปยังห้องน้ำมันด้านบน ในขณะที่น้ำมันอีกจำนวนหนึ่งก็จะไหลผ่านวาลว์ด้านล่างเข้าไปในห้องน้ำมันสำรอง หลังจากนั้นจะทำการอัดแก๊สไนโตรเจนให้เกิดแรงดันเพื่อดันน้ำมันไฮโดรลิคกลับเข้าสู่กระบอกลูกสูบ ซึ่งโช้คอัพระบบแก๊สก็ยังสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ชนิด คือ LOW-PRESSURE GAS SHOCK ABSORBER หรือโช้คอัพแก๊สแรงดันต่ำ โดยจะมีการอัดแรงดันไว้ประมาณ 10 – 15 กก./ตาราง ซม. หรือ 142 – 213 ปอนด์/ตารางนิ้ว และ HI-PRESSURE GAS SHOCK ABSORBER หรือโช้คอัพแก๊สแรงดันสูง โช้คอัพประเภทนี้จะไม่มีห้องน้ำมันสำรอง แต่จะเก็บน้ำมันไฮดรอลิคไว้ที่ด้านบนของกระบอกสูบ และทำการอัดแก๊สไนโตรเจนที่ด้านล่างของกระบอกสูบ โดยจะมีแรงดันอยู่ที่ 20-30 กก./ตาราง ซม. หรือประมาณ 284-427 ปอนด์/ตารางนิ้ว

3.เหล็กกันโคลง

เหล็กกันโคลง
เหล็กกันโคลง
เหล็กกันโคลงมีหน้าที่ในการลดการสั่นสะเทือนและการรักษาสมดุลที่ดีขึ้นของรถขณะเบรกอย่างกะทันหันหรือการเลี้ยวโค้งอย่างมีประสิทธิภาพและทำให้รถยึดเกาะถนนได้เป็นอย่างดี

4.ลูกหมาก

ลูกหมาก
ลูกหมาก
เป็นชื่อที่เราคงคุ้นหูกันอยู่ไม่น้อย สำหรับในส่วนของลูกหมากนั้นก็ถือเป็นชิ้นส่วนสำคัญของช่วงล่างรถยนต์เลยทีเดียว โดยจะเป็นปัจจัยที่ทำให้รถยนต์สามารถขับเคลื่อนไปได้อย่างมีประสิทธิภาพโดยจะส่งผลต่อระบบบังคับเลี้ยวของรถยนต์ สำหรับลูกหมากที่นิยมใช้กันในรถยนต์ก็จะแบ่งออกเป็น 5 ประเภทด้วยกันได้แก่

  1. ลูกหมากคันชัก เป็นลูกหมากที่ใช้ยึดติดกับดุมล้อในส่วนของระบบบังคับเลี้ยว ทำหน้าที่ในการปรับสมดุลของทิศทางล้อเมื่อเข้าโค้ง
  2. ลูกหมากแร็คช์ เป็นลูกหมากที่ช่วยในการถ่ายทอดแรงจากการหมุนเลี้ยว มาเป็นการเคลื่อนที่ในแนวตรง
  3. ลูกหมากปีกนกบนและลูกหมากปีกนกล่าง มีความสำคัญในการทำให้ล้อเคลื่อนที่ไปตามทิศทาง ได้อย่างอิสระทั้งพื้นผิวปกติหรือทางต่างระดับ
  4. ลูกหมากกันโคลง เป็นลูกหมากที่ทำหน้าที่ช่วยรับแรงกระแทกเพื่อให้เกิดความนุ่มนวลของตัวรถ
  5. ลูกหมากคันส่งกลาง เป็นลูกหมากที่มีหน้าที่ถ่ายทอดแรงจากการเลี้ยวมาเป็นแนวตรง เช่นเดียวกับลูกหมากแร็คช์

5.ชุดคันส่ง

ชุดคันส่ง
ชุดคันส่ง
เป็นชุดอุปกรณ์ที่ช่วยเพิ่มความปลอดภัยให้กับรถยนต์ ทำให้รถมีความเสถียรในการขับเคลื่อน เกิดการควบคุมได้ง่ายหากรถเสียหลัก และยังช่วยเพิ่มสมรรถนะที่มีประสิทธิภาพให้กับยางรถยนต์ นอกจากนี้ยังมีหน้าที่ในการลดแรงสะเทือนได้เป็นอย่างดีด้วย

รูปแบบของระบบช่วงล่างรถยนต์

รูปแบบของระบบช่วงล่างรถยนต์
รูปแบบของระบบช่วงล่างรถยนต์
สำหรับรูปแบบของระบบช่วงล่างรถยนต์ จำแนกอย่างง่ายก็จะมีอยู่ด้วยกันทั้งหมด 3 แบบ ก็คือแบบตายตัว แบบอิสระ และแบบกึ่งอิสระ

1.ช่วงล่างแบบตายตัว (Dependent Suspension)

เป็นระบบช่วงล่างเก่าแก่ดั้งเดิม ระบบช่วงล่างแบบนี้อาศัยน้ำหนักจากชุดช่วงล่างเองในการทำให้ล้อเกาะถนนอยู่ตลอดเวลา โดยมากแล้วจะออกแบบมาให้ตอบสนองกับระบบเพลาแข็ง (axle) โดยมีชิ้นส่วนที่ยึดติดกับชุดเพลาแล้วเกาะติดกับตัวถังรถ เพื่อซับแรงกระแทกหรือกระทำที่เกิดขึ้น ซึ่งข้อดีก็คือไม่ต้องมีการตั้งค่าและบำรุงรักษาอะไรมาก ปัจจุบันก็มักพบเห็นในกลุ่มของรถกระบะที่สามารถรับน้ำหนักได้ดีและไม่ต้องดูแลรักษามากนั่นเอง

2.ช่วงล่างอิสระ (Independent Suspension)

เป็นระบบช่วงล่างที่ปัจจุบันนิยมใช้กันในรถยนต์มากที่สุด เนื่องจากมีความสามารถในการตอบสนองการขับขี่ดี และมอบความนุ่มนวลในการขับขี่ได้มากกว่า ข้อดีของช่วงล่างแบบนี้ก็คือสามารถทำให้การทำงานของล้อทั้ง 4 เป็นอิสระออกจากกัน ดังนั้นถ้าหากว่าล้อใดล้อหนึ่งมีการซับแรงกระแทกจากถนน ก็จะไม่ส่งผลกับอีก 3 ล้อที่เหลือ จึงทำให้รถสามารถเกาะถนนไปได้ ช่วยให้มีความมั่นใจในการขับขี่และมีความนุ่มนวลมากกว่านั้นเอง แต่ข้อเสียของช่วงล่างแบบนี้ก็คือมีค่าใช้จ่ายในการดูแลรักษาระยะยาวค่อนข้างแพงพอสมควรเลยทีเดียว

3.ช่วงล่างกึ่งอิสระ (Semi Dependent Suspension)

เป็นระบบช่วงล่างแนวคิดใหม่ที่มีการใช้คานแข็งด้านล่างคล้ายกับในช่วงล่างแบบตายตัว แต่จะแทนที่ด้วยตัวซับเฟรมที่ออกแบบให้ล้ออยู่อิสระทางด้านปลาย แล้วติดตั้งโช้คอัพไว้ควบคุมล้อตรงบริเวณส่วนปลายแขนของซับเฟรม หรือที่เรียกว่า Trailing Arm โดยสิ่งที่เหมือนกับช่วงล่างตายตัวก็คือ ค่ามุมต่าง ๆ จะถูกเซ็ตไว้ให้คงที่ในการใช้งาน โดยจะมีเพียงช่วงอาร์มเท่านั้นที่สามารถเคลื่อนที่ในแนวตั้งได้ ซึ่งข้อดีของช่วงล่างแบบนี้ก็คือมีต้นทุนที่ไม่แพงและติดตั้งง่าย จึงทำให้นิยมนำมาติดตั้งกันในกลุ่มของรถยนต์นั่งขนาดเล็ก หรือพวกอีโคคาร์ แต่ช่วงล่างแบบนี้อาจจะยังตอบสนองการขับขี่ได้ไม่ดีเท่ากับช่วงล่างแบบอิสระ

การเรียกชื่อช่วงล่างแบบต่าง ๆ

การเรียกชื่อช่วงล่างแบบต่าง ๆ
การเรียกชื่อช่วงล่างแบบต่าง ๆ
ปกติการเรียกชื่อช่วงล่างก็จะไม่ได้เรียกว่าช่วงล่างตายตัว ช่วงล่างอิสระ หรือช่วงล่างอิสระอะไรแบบนี้ เพราะช่วงล่างแต่ละชนิดก็จะมีชื่อเรียกเฉพาะเป็นของตนเอง โดยชื่อของช่วงล่างที่เรามักจะได้ยินกันก็ได้แก่

1.Double Wishbones

Double Wishbones
Double Wishbones
หรือที่เราเรียกกันว่าช่วงล่างแบบปีกนกคู่ ช่วงล่างชนิดนี้ก็จะเป็นช่วงล่างอิสระ คือเป็นการจับดุมล้อแบบ 2 ก้านคู่ขนานกันแบบอิสระจากกันทั้งสองล้อ โดยมีคานอยู่ด้านบนและล่างแยกล้อกัน ซึ่งเป็นช่วงล่างที่ได้รับความนิยมสำหรับรถสปอร์ตหรือรถที่ต้องการปรับแต่งให้ได้ง่ายที่สุด ส่วนใหญ่ที่นิยมใช้ก็จะเป็นรถยนต์ขนาดกลาง ข้อดีของช่วงล่างแบบนี้ก็คือสามารถปรับมุมล้อต่าง ๆ ได้อย่างหลากหลาย แต่ก็มีข้อเสียคือใช้พื้นที่เยอะและค่อนข้างจะเปลืองค่าซ่อมบำรุงอยู่พอสมควร เนื่องจากมีจุดยึดเยอะกว่านั่นเอง

2.MacPherson strut

MacPherson strut
MacPherson strut
เชื่อว่าเป็นระบบช่วงล่างที่หลายคนน่าจะคุ้นหูกันอยู่พอสมควรเลยทีเดียว โดยเป็นช่วงล่างที่ตั้งชื่อตามผู้คิดค้นก็คือ Earle S. MacPherson แห่ง General Motors โดยเป็นระบบช่วงล่างล้อคู่หน้าแบบอิสระที่ได้มีการคิดค้นกันมาตั้งแต่ทศวรรษที่ 50 ซึ่งเป็นช่วงล่างที่มีความเรียบง่ายมากกว่าเมื่อเปรียบเทียบกับช่วงล่างแบบ Double Wishbones โดยจะมีแค่แขนยึดด้านล่าง ไม่มีแขนยึดด้านบน เหมาะกับช่วงล่างด้านหน้าของรถยนต์แบบขับเคลื่อนล้อหน้า เพราะใช้พื้นที่น้อยทำให้เพิ่มพื้นที่ใช้สอย ดูแลรักษาได้ง่ายราคาไม่แพง แต่ก็มีข้อเสียคือสามารถซับแรงกระแทกได้ไม่ค่อยดีมากนัก

3.Torsion beam

Torsion beam
Torsion beam
เป็นช่วงล่างที่มีลักษณะเป็นคานเหล็กวางขวางเชื่อมต่อล้อทั้งสองข้าง โดยมีแกนเหล็กยึดล้อทั้ง 2 ข้างเข้าไว้ด้วยกัน ช่วงล่างแบบนี้เป็นช่วงล่างแบบกึ่งอิสระ มีการวางสปริงแยกออกจากตัวโช้คจึงทำให้พื้นที่การใช้สอยภายในห้องผู้โดยสารมากขึ้น เหมาะสำหรับรถยนต์ขนาดเล็กที่ต้องการพื้นที่ด้านหลังมาก ข้อดีของช่วงล่างแบบนี้ก็มีความทนทาน ใช้พื้นที่ในการจัดวางน้อย ประหยัดค่าใช้จ่ายในการดูแลรักษา และทำให้ห้องโดยสารหรือห้องสัมภาระกว้างขึ้น ข้อเสียก็คือเมื่อทำความเร็วสูงจะทำให้ความสามารถในการยึดเกาะถนนเสียไปและซับแรงกระแทกได้น้อย

4.Multi-link suspension

เป็นช่วงล่างแบบแขนจับยึด ซึ่งการออกแบบก็ขึ้นอยู่กับรถยนต์แต่ละยี่ห้อ ช่วงล่างแบบนี้มักจะพบอยู่ในรถสปอร์ตส่วนใหญ่และรถที่ต้องการ Handing สูง ๆ โดยมีวัตถุประสงค์ในการใช้แขนยึดหลายจุดในการควบคุมมุมล้อให้คงที่อยู่ตลอดเวลาทุกสภาพการขับขี่ นิยมใช้กับล้อคู่หลัง ข้อดีของช่วงล่างแบบนี้ก็คือมีความนุ่มนวลและยึดเกาะถนนได้ดีเยี่ยม แต่ข้อเสียก็คือมีราคาแพงและต้องการการดูแลที่มากกว่า รวมไปถึงค่อนข้างเปลืองพื้นที่มากกว่าช่วงล่างแบบอื่นอีกด้วย

อายุการใช้งานของช่วงล่างรถยนต์

อายุการใช้งานของช่วงล่างรถยนต์
อายุการใช้งานของช่วงล่างรถยนต์
ถ้าจะให้พูดกันตามจริงแล้ว อายุการใช้งานของช่วงล่างนั้นขึ้นก็ขึ้นอยู่กับลักษณะการใช้งานของรถยนต์แต่ละคัน ถ้าหากรถยนต์คันไหนมีการใช้งานอย่างสมบุกสมบัน ช่วงล่างก็จะไปไวกว่ารถยนต์ที่มีการใช้งานตามธรรมดาและได้รับการดูแลรักษาเป็นอย่างดี ดังนั้นอาการที่บ่งบอกว่าช่วงล่างของรถยนต์กำลังจะเสื่อมสภาพก็ให้ลองสังเกตดูว่าเวลาขับรถแล้วรู้สึกว่าอาการในขณะที่เข้าโค้ง มีความรู้สึกที่เปลี่ยนแปลงไปจากปกติหรือไม่ การซับแรงกระแทกรถมีอะไรที่ดูผิดแผกไปจากเดิมบ้างหรือเปล่า ถ้าหากพบว่าไม่เหมือนเดิม ก็เดาได้เลยว่าช่วงล่างของรถยนต์คุณน่าจะเริ่มเกิดการเสื่อมสภาพลงแล้ว ซึ่งถ้าหากพบอาการผิดปกติแต่ยังไม่มากก็แนะนำให้ลองตรวจสอบสภาพช่วงล่างของรถยนต์ด้วยตนเองเสียก่อน โดยเจ้าของรถสามารถตรวจสอบสภาพช่วงล่างเบื้องต้นได้ในส่วนของการตรวจลูกยาง เช็คร่องรอยการซึมของโช้ค เหล่านี้เป็นต้น แต่เพื่อความชัวร์ก็แนะนำให้นำรถเข้าไปตรวจสอบสภาพจากผู้เชี่ยวชาญจะดีกว่า

ซ่อมช่วงล่าง เขตหนองแขม

เราชาว เอ็มเค พลัส
เราชาว เอ็มเค พลัส
เราชาว เอ็มเค พลัส กราบขอบพระคุณทุกท่านที่มาใช้บริการร้านเรา

เอ็มเค พลัส ศูนย์ซ่อมรถยนต์มาตรฐาน อยู่ตรงข้าม ไทยทีวีสี ช่อง 3 เขตหนองแขม

บริการดูแลบำรุงรักษารถ อาทิเช่น ล้างรถ เปลี่ยนน้ำมันเครื่อง น้ำมันเกียร์ ใส้กรองอากาศ ใส้กรองน้ำมันเครื่อง

บริการซ่อมชิ้นส่วนรถที่ชำรุดสึกหรอ อาทิเช่น เบรก ครัทช์  ระบบเกียร์ เฟืองท้าย ระบบพวงมาลัย ระบบช่วงล่าง ตั้งศูนย์ล้อ ถ่วงล้อ ระบบไฟฟ้า ไดชาร์ด ไดสตาร์ท ระบบเบรก ระบบครัทช์

ระบบแอร์ ล้างแอร์ เติมน้ำยาแอร์ อบโอโซนดับกลิ่น

บริการเช็คไฟโชว์

บริการเปลี่ยนยาง ปะยาง ล้อแม็ก เปลี่ยนแบตเตอรี่รถยนต์

แผนที่ เอ็มเค พลัส
แผนที่ เอ็มเค พลัส

สนใจโปรดติดต่อ

ออฟฟิศ: 02-409-5344, 02-409-5345

แฟ็กซ์: 02-409-5346

มือถือ: 082-082-3250, 082-081-2403, 082-060-9967, 082-061-1054, 082-262-1197

Website:

เอ็มเค พลัส ศูนย์เปลี่ยนยางรถยนต์ เปลี่ยนแบตเตอรี่

เอ็มเค พลัส ศูนย์ซ่อมรถยนต์มาตรฐาน

เอ็มเค พลัส ศูนย์เปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องมาตรฐาน

เอ็มเค พลัส ศูนย์จำหน่ายอุปกรณ์ตกแต่งรถยนต์

ศูนย์บริการมาตรฐาน เอ็มเค พลัส
ศูนย์บริการมาตรฐาน เอ็มเค พลัส

สนใจโปรดติดต่อ

ออฟฟิศ: 02-409-5344, 02-409-5345

แฟ็กซ์: 02-409-5346

มือถือ: 082-082-3250, 082-081-2403, 082-060-9967, 082-061-1054, 082-262-1197

ศูนย์บยางใหม่ทุกแบรนด์ เอ็มเค พลัส
ศูนย์บยางใหม่ทุกแบรนด์ เอ็มเค พลัส

สนใจโปรดติดต่อ

ออฟ%